ประวัติความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

      ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 วิทยาลัยครูจันทรเกษม มีเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน มีการจัดตั้งคณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2519 โดยผลิตบัณฑิตสาขาการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) เท่านั้น ในเวลาต่อมาจึงได้มีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเปิดสอนสาขาวิชาอื่นๆ นอกเหนือจากสายครูเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของบัณฑิตและสังคม

      ในปี พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานนามวิทยาลัยครูเป็น “สถาบันราชภัฏ” เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535 ดังนั้นวิทยาลัยครูจันทรเกษมจึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “สถาบันราชภัฏจันทรเกษม” และคณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์” ตั้งแต่นั้นมา

      วันที่ 14 มิถุนายน 2547 ได้ประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2549 สถาบันราชภัฏจันทรเกษม จึงเปลี่ยนสถานะเป็น“มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม” ในวันที่วันที่ 23 มิถุนายน 2549 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม  โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มี 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณบดี ภาควิชามนุษยศาสตร์ และภาควิชาสังคมศาสตร์ตั้งแต่มีการจัดตั้งคณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในปี พ.ศ.2518 มีวิวัฒนาการการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเปิดสอนสาขาวิชาอื่นๆโดยมีวิวัฒนาการของหลักสูตรดังนี้

      พ.ศ.2522 เปิดสอนครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) จำนวน 7 หลักสูตรปริญญาตรี 2 ปี (หลังอนุปริญญา) สาขาการศึกษา วิชาเอกที่เปิดสอนเป็นรุ่นแรก คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา พร้อมกันนี้ก็ได้เปิดสอนนักศึกษาตามโครงการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำการ (อคป.)

      พ.ศ.2523 เปิดสอนครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาเอกภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา

      พ.ศ.2527 เปิดสอนครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) หลักสูตร 2 ปี วิชาเอกศิลปศึกษา และ       บรรณารักษศาสตร์

      พ.ศ.2528 เปิดสอนศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาภาษาอังกฤษ เปิดสอนอนุปริญญาศิลปศาสตร์ (อ.ศศ.) หลักสูตร 2 ปี วิชาภาษาอังกฤษ อังกฤษธุรกิจ และบรรณารักษศาสตร์

      พ.ศ.2530 เปิดสอนครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาบรรณารักษศาสตร์ และหลักสูตร 2 ปี (หลังอนุปริญญา) วิชาประวัติศาสตร์เปิดสอนศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาบรรณารักษศาสตร์ เปิดสอนอนุปริญญาศิลปศาสตร์ (อ.ศศ.) หลักสูตร 2 ปี วิชานาฏศิลป์และการละคร 

      พ.ศ.2531 เปิดสอนครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาดนตรีศึกษา เปิดสอนอนุปริญญาศิลปศาสตร์ (อ.ศศ.) หลักสูตร 2 ปี วิชาดนตรีสากล

      พ.ศ.2533 เปิดสอนครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) หลักสูตร 2 ปี (หลังอนุปริญญา) วิชานาฏศิลป์และการละคร เปิดสอนศิลปศาสตร์บัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์

      พ.ศ.2534 เปิดสอนอนุปริญญาศิลปศาสตร์ หลักสูตร 2 ปี วิชาออกแบบประยุกต์ศิลป์

      พ.ศ.2536 เปิดสอนศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาศิลปกรรม (ออกแบบประยุกต์ศิลป์) วิชาภาษาฝรั่งเศสธุรกิจ

      พ.ศ.2537 เปิดสอนครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาภาษาฝรั่งเศส

      พ.ศ.2538 เปิดสอนศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชารัฐประศาสนศาสตร์

      พ.ศ.2544 เปิดสอนศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาการพัฒนาชุมชน

      พ.ศ.2546 เปิดสอนศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี วิชาวัฒนธรรมศึกษา

      พ.ศ.2549 มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรทุกหลักสูตรและเปิดสอนหลักสูตรใหม่ ได้แก่ ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) หลักสูตร 4 ปี ภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ, ภาษาจีนและภาษาจีนธุรกิจ, ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ, ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์เชิงท่องเที่ยว

      พ.ศ.2550 เปิดสอนหลักสูตรใหม่เพิ่ม คือ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) หลักสูตร 4 ปี                       

      พ.ศ.2558 หลักสูตร เปิดสอนหลักสูตรใหม่เพิ่ม คือ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตและค.บ.ภาษาจีน

      พ.ศ.2559 จำนวน 1 สาขารวมทั้งหมด 15 สาขาวิชา โดยแบ่งออกตามภาควิชาดังต่อไปนี้

      พ.ศ.2560 เปิดสอนครุศาสตร์บัณฑิตบัณฑิต (ค.บ.) หลักสูตร 5 ปี ภาษาอังกฤษ,ดนตรีไทยศึกษา โดยเปิดหลักสูตรแยกตามภาควิชาดังนี้

ภาควิชามนุษยศาสตร์

  1. สาขาวิชาภาษาไทย
  2. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
  3. สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ
  4. สาขาวิชาศิลปกรรม
  5. สาขาวิชานาฏศิลป์และศิลปการแสดง
  6. สาขาวิชาดนตรีสากล  
  7. สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ      
  8. สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ
  9. สาขาวิชาภาษาจีน (ค.บ.)               
  10. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (ค.บ.)      
  11. สาขาวิชาดนตรีไทยศึกษา (ค.บ.)                   

ภาควิชาสังคมศาสตร์

  1. สาขาวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์เชิงท่องเที่ยว
  2. สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาชุมชน
  3. สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์        
  4. สาขาวิชาบรรณารักษ์ศึกษาและสารสนเทศศาสตร์
  5. สาขาวิชานิติศาสตร์
  6. หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต